Monday, 29 June 2015

เรื่องนี้ก่อน รปห ก็เริ่มมีบ้าง แต่หลัง รปห นี่เป็นเอาหนักมาก


การที่เสื้อแดงจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะคนที่ใช้ชีวิต"ออนไลน์"แบบ "ใต้ดิน" (คือฟังวิทยุแดง, แชร์ข้อความทางไลน์ ที่โจมตีเจ้าแบบตรงๆ) หันมาโฟกัสโจมตีที่พระเทพเป็นตัวบุคคล เป็นอะไรที่พิลึกมากในความเห็นผม

เรื่องนี้ก่อน รปห ก็เริ่มมีบ้าง แต่หลัง รปห นี่เป็นเอาหนักมาก ขนาดเรื่องที่ไม่น่าจะเกี่ยวกับพระเทพเป็นตัวบุคคล เช่น กรณีจับ ๑๔ คน ในไม่กี่วันนี้ ก็กลายเป็นเรื่องโจมตีพระเทพเป็นการเฉพาะได้

เรียกว่า แทบทุก คนที่ทำรายการ "ใต้ดิน" ในหมู่เสื้อแดง จาก สุรชัย, ไปถึง อ.หวาน, โรส ลอนดอน, ป้าดีเค, ยุทธแอลเอ ฯลฯ ไปถึงแม้แต่ ชูพงษ์-เพียงดิน ล้วนแสดง"อาการ"ออกมาในทางนี้ทั้งนั้น (กรณีชูพงษ์นี่ มีความซับซ้อนอยู่ คือด้านหนึ่งชูพงษ์อาจจะเป็นคนเดียวในหมู่วิทยุใต้ดินที่ยืนยันว่า ไม่มีประเด็นเรื่อง "น้องแย่งบัลลังก์พี่" แต่ขณะเดียวกัน ในการพูดหลายครั้ง ก็เออๆออๆไปกับแนวทางโจมตีพระเทพด้วย โดยเฉพาะการที่ชูพงษ์ออกรายการคู่กับเพียงดินเป็นหลัก ซึ่งกรณี เพียงดิน นี่ "อาการหนัก" เลยเรื่องนี้)

"อาการ" แสดงออกล่าสุดของกรณีนี้ คือมีการแชร์ภาพ พระเทพนั่งอยู่กับเปรม ประยุทธ์ ฯลฯ (ภาพประกอบด้านซ้ายมือ) แล้วก็เขียนหรือพูดกันเป็นเรื่องการเมืองไปใหญ่โต กรณีเพียงดิน ที่เพิ่งพูดนี่ ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี คือในคลิปที่พูดเรื่องนี้ เขาอุตส่าห์เสริช "เจอ" ข่าวจริงๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ "ไม่มีเวลาอ่าน" (เขาพูดคำนี้เอง) แต่ก็อุตส่าห์พูดเป็นตุเป็นตะต่อไปได้ในเชิงเรื่องพระเทพมา "ยุ่งการเมือง" ฯลฯ - เสียแรงเรียนถึงระดับ "ด๊อก" จริงๆ ชุ่ยสัปเพล่าได้ขนาดนี้

ความจริง ตั้งแต่แรกที่ผมเห็นภาพนี้ ผมก็ว่า น่าจะเป็นภาพงานที่เป็นทางการอะไรสักอย่าง ที่จัดในที่สาธารณะ ไม่ใช่การ "ประชุม" หรือ พระเทพ "เรียกประชุม" ลับ หรือทรงเรียกประชุมการเมืองอะไรเลย ไม่มีใครเขาจะประชุม วางแผน บงการ อะไรแบบนั้น ในลักษณะสาธารณะแบบนี้หรอก

ความจริงคือ นี่เป็นภาพงานเลี้ยงอาหารค่ำบนเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อชมพลุที่จีนเอามาแสดงเชิดชูพระเทพในวันเกิด ซึ่งเป็นธรรมดาของงานแบบนี้ ทีบรรดาคนใหญ๋คนโตของรัฐบาลและวังจะไปร่วมด้วย และทูตจีนก็ไปร่วมด้วย (ถ้าสมมุติสมัยนี้ ยิ่งลักษณ์ยังอยู่ ก็จะต้องไปนั่งโต๊ะแบบนี้แหละ)

ดูข่าวในไทยรัฐ ที่นี่ (ผมตัดบางส่วนมาเป็นภาพประกอบด้านขวา)
http://www.thairath.co.th/content/507633

ผมว่ามีความน่าสนใจเกี่ยวกับ "อาการ" โฟกัสที่พระเทพของเสื้อแดงที่ว่า นี้อยู่ ๒-๓ ประการ คือ เป็นเรื่องในเชิงจิตวิทยา ที่ผมเคยพูดไปแล้ว ในแง่ที่ถ้าเชื่อว่า มี "ศึกชิงบัลลังก์" หนัก ก็จะรู้สึกว่า ฝ่าย "วัง" กำลังแย่แล้วอะไรแบบนั้น

อีกประการหนึ่ง น่าสังเกตด้วยว่า พอโฟกัสที่พระเทพ ก็มีแนวโน้มที่จะ "ว่างเว้น" เรื่องพระบรมฯ ตามไปด้วย คือราวกับว่า ปัญหาเรื่องเจ้านั้น พระเทพมีปัญหา พระบรมฯไม่มีปัญหา (ล่าสุด เร็วๆนี้ ถึงกับมีการแชร์คลิปเสียงที่พูดกันว่า เป็น "ข่าวกรอง" ว่า พระบรมฯถ้าได้เป็นกษัตริย์จะเลิก ๑๑๒ อะไรโน่นเลย)

ประการสุดท้าย ที่ผมว่าน่าสนใจคือ ในความรู้สึกของผม เรื่องนี้ มันสะท้อนวัฒนธรรมอะไรอย่างหนึ่ง ที่แชร์ร่วมกัน ไม่ว่าจะเสื้อเหลือง หรือเสื้อแดง คือเรื่องการ "ยึดติดตัวบุคคล"

ในฝ่ายเสื้อเหลืองคือ ยึดติดในหลวง (และพระเทพ) ในขณะที่เสื้อแดง ที่ทำการโจมตีพระเทพเป็นการเฉพาะ ก็เป็นภาพสะท้อนการยึดติดที่ตัวบุคคลนี้เหมือนกัน แต่เป็นคนละด้านของความรู้สึก และที่สำคัญ ผมคิดว่า นี่เป็นวัฒนธรรมหรือระบบคิดแบบเดียวกันกับที่เสื้อแดงจำนวนมากยึดติดตัวบุคคลในเชิงชื่นชม กรณีทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ด้วย

คือถ้าจะเขียนแบบคร่าวๆ ก็จะเป็นทำนองนี้ว่า

เสื้อเหลือง ยึดติดตัวบุคคล ในแง่ชื่นชม ที่ในหลวง-พระเทพ และยึดติดตัวบุคคลในด้านกลับ ในแง่เกลียด ที่ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์

เสื้อแดง ยึดติดตัวบุคคล ในแง่ชื่นชม ที่ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ และยึดติดตัวบุคลลในด้านกลับ ในแง่เกลียด ที่พระเทพ (และในหลวง)

...............

หมายเหตุ: ปัญหาที่พูดนี้ เป็นคนละประเด็นกับการให้ความสำคัญ หรือสนใจในแง่ บทบาทของตัวบุคคล กรณีหลังนี่ ความจริง ผมเป็นคนนึงในหมู่นักวิชาการทีให้ความสำคัญกับการพิจารณาถึงบุคคลิก ความคิด ในเชิงตัวบุคคล ของคนทีมีบทบาทสำคัญๆในประวัติศาสตร์ (นักวิชาการสมัยใหม่ส่วนใหญ่จะ โฟกัส ในเชิง "โครงสร้าง") แต่เรื่องนี้ (ซึ่งถ้าจะอธิบายให้รอบด้านจะ ยาวมาก) เป็นคนละเรื่องกับลักษณะ "ยึดติดตัวบุคคล" ที่ผมพูดถึง ในแง่เสื้อแดง-เสื้อเหลือง ที่ว่า ซึ่งเป็นเรื่องในเชิง "ความรัก-เกลียด" ในแง่ตัวบุคคลเป็นหลัก คือเป็นปัญหาในเชิงวัฒนธรรม หรือค่านิยมเป็นหลัก ไม่ใช่เรื่องการวิเคราะห์ทำความเข้าใจในแง่บทบาท บุคคล ฯลฯ ของตัวบุคคล ในปริบทของสภาพแวดล้อมและ "โครงสร้าง" ทางประวัติศาสตร์
 

พรรคเพื่อไทยใส่ร้ายดาวดินว่า เป็นพวกพันธมิตรส่งมา


ในรายการตื่นเถิดชาวไทย ที่จัดโดยวิทยากรใต้ดินของวอร์รูมเพื่อไทย โดยมีนายแอนตี้ หรือพิษณุ พรหมสรเป็นผู้จัดรายการ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่านายแอนตี้นี้เป็นลำโพงให้ฝ่ายพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอดนั่นเอง เพราะตั้งแต่หนีคดี112 ไปตั้งแต่ปี 2551 นายแอนตี้ก็ได้รับการดูแลค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพโดยการสนับสนุนของพรรคเพื่อไทย โดยมีนายพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์นักวิชาการหมารับใช้นายทุนและนายชัยเป็นผู้ให้ข้อมูลชี้นำในการพูดของนายแอนตี้มาโดยตลอ

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2558 นายแอนตี้ได้พูดในรายการว่า ให้ระวังกลุ่มนักศึกษาดาวดิน เพราะกลุ่มนี้ไม่บริสุทธิ์ไม่เอาคนเสื้อแดง ดาวดินมีเบื้องหลังคือนางมาลีรัตน์ แก้วก่า และนายบำรุง คะโยธาเป็นผู้ให้การสนับสนุนกลุ่มดาวดิน จึงเกิดความระแวงนักศึกษากลุ่มดาวดินมีการปล่อยข่าวจากกลุ่มวอร์รูมพรรคเพื่อไทยในไลน์ หลังไมค์ในกลุ่มต่างๆมากมายทั้งในเฟสบุ๊ค และภายหลังที่กลุ่มนักศึกษาถูกจับก็มีวิวาทะระหว่างกลุ่มนักศึกษาและคนเสื้อแดงมากมายตามมา

เนื่องจากก่อนหน้านั้นกลุ่มดาวดินได้ไปเคลื่อนไหวกับชาวบ้านต่อต้านการทำเหมืองทอง บ่อก๊าช น้ำมัน โปรแตช ในภาคอีสานหลายจังหวัด โดยเฉพาะเหมืองทองคำที่ใครๆก็รู้ว่าเป็นของทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐ และมีคนในพรรคเพื่อไทยเข้าไปหากินร่วมกับศักดินาไม่ว่าจะเป็นนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณหัวหน้าต่อต้านการรัฐประหารที่เรียกตัวเองว่าเสรีไทย นายภูมิธรรม เวชชยชัย นายจาตุรนต์ ฉายแสง โดยมีสหายสมบูรณ์ สิมะแสงยาภรณ์เป็นนอมินีให้ กลุ่มดาวดินได้เคลื่อนไหวทางการเมืองและแนบกับผลประโยชน์ของประชาชนไปพร้อมเสมอ จึงไม่เป็นที่ถูกใจวอร์รูมพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างยิ่ง

หากวอร์รูมพรรคเพื่อไทยจริงใจต่อขบวนการประชาธิปไตย ต้องไม่ใส่ร้ายดาวดิน เพราะกลัวผลประโยชน์ของตนเองต้องสูญเสีย การใส่ร้ายนักศึกษาผ่านสุนัขปลายแถวอย่างนายแอนตึ้จึงถือว่าเป็นการต่ำช้าที่สุดอีกครั้งหนึ่ง ของพรรคเพื่อไทยที่ตลอดมาก็ทรยศหักหลังคนเสื้อแดงด้วยเพราะห่วงผลประโยชน์ส่วนตนมาโดยตลอด หากคนเสื้อแดงคิดที่จะต่อสู้กับอำนาจเผด็จการรัฐประหารจริง เราไม่ควรสนใจว่าน้องๆดาวดินเขาจะเป็นใคร เมื่อเขามีความกล้าพอที่จะลุกขึ้นสู้ด้วยวิธีสันติอย่างกล้าหาญ ผิดกับแกนนำคนเสื้อแดงหรือผู้นำอย่างทักษิณที่ทำตัวยิ่งกว่าสุนัขขี้เรื้อน พอเหตุการณ์จวนตัวก็จะสะบัดเอาตัวรอดโดยไม่เคยในใจต่อการตาย การสูญเสียของมวลชน ทุกครั้งไป ไม่ใช่หรือ?
 

แนวทางที่3ประชาชนเพื่อประชาชน29.6.2015




Sunday, 28 June 2015

เสรีไทยยุคก่อนต่อสู้กับศักดินาเพื่อประชาชน แต่เสรีไทยยุคใหม่ที่มีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ กลับขายชาติแดกประชาชนร่วมกับศักดินา

เสรีไทยยุคก่อนต่อสู้กับศักดินาเพื่อประชาชน แต่เสรีไทยยุคใหม่ที่มีนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ กลับขายชาติแดกประชาชนร่วมกับศักดินา

อย่าบอกนะครับว่าจารุพงศ์ ไม่รู้จักกับ จารุมาศ และจารุอุดม เรืองสุวรรณ มิน่าหละครับ จารุพงศ์จึงพูดว่า ประชาชนอย่าไปสนใจเรื่องเหมืองทองคำหรือเรื่องน้ำมันเลยเพราะมันกินไม่ได้ ที่ไหนได้ แดกเหมืองทองคำอยู่กับศักดินานี่เอง จารุพงศ์ลูกหลานเสรีไทยส้นตีนชาติหมา

* บริษัทสวนสักพัฒนา ผู้ได้รับสัมปทานบัตรเหมืองทองคำ


การต่อสู้ทางชนชั้น 28.6.2015










Thursday, 25 June 2015

แนวทางที่3 เกิดขึ้นแล้ว

แนวทางที่3 เกิดขึ้นแล้ว

เมื่อสังคมแยกแยะไม่ออกมองไม่เห็น 3 ขบวนที่กำลังต่อสู้ คิดว่ามีเพียงคนเสื้อเหลืองและคนเสื้อแดงกำลังต่อสู้กัน แต่จากบทวิเคราะห์สังคมไทยปี2554 มันทำให้เรามองเห็น3ขบวนที่กำลังต่อสู้กันคือ...

- ฝ่ายอนุรักษ์นิยม ทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐ (กปปส.)
- ฝ่ายปฏิรูป ทุนผูกขาดสวามิภักดิ์รายใหม่ (นปช.)
- ประชาชนผู้สิ้นไร้ไม้ตรอก และกำลังเตรียมขบวนการต่อสู

เมื่อประชาชนผู้ทุกข์ยาก มองเห็นศัตรูที่ขูดรีดและปล้นชิงประชาชนจึงเกิดขบวนการต่อสู้แนวทางที่3 เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ฝ่ายวอร์รูมของแต่ละสีที่รับเงินกลุ่มทุนพลังงานมาเคลื่อนไหว จึงพยายามสาดสีใส่กลุ่มนักศึกษา เพื่อไม่ต้องการให้ประชาชนสู้เพื่อผลประโยชน์ของชนชั้นตัวเอง จึงกล่าวหากลุ่มนักศึกษาดาวดิน ที่ออกมาต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ด้วยความโง่เขลา

วอร์รูมเหลือง - มันคือเสื้อแดง ทักษิณอยู่เบื้องหลัง
วอร์รูมแดง - มันคือพันธมิตรปลอมตัวมา

ทั้งที่กลุ่มน้องๆนักศึกษาดาวดิน ประกาศตัวหลายครั้งว่าไม่เป็นเหลือง-แดง และได้เข้าต่อสู้กับจนท.รัฐมาหลายรัฐบาลแล้ว แม้แต่รัฐบาลรัฐประหารเขาก็ต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยว แนวทางที่3จึงเป็นแนวทางที่สู้เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ได้ต่อสู้เพื่อเจ้านายของกปปส. หรือเพื่อเจ้านายของนปช. เหมือนพวกควายทั้งหลายมองคนที่คิดเห็นไม่เหมือนฝ่ายตนเอง เป็นฝ่ายตรงกันข้ามเสียหมด แยกแยะ3ขบวนแห่งการต่อสู้ไม่ออก

แนวทางที่3 "สู้เพื่อผลประโยชน์แห่งชนชั้นตน" เหล่ามวลชนควายมันไม่รู้จัก มันคิดไม่เป็น

หมอผ่าตัดโรคถูกขูดรีดทางชนชั้น/25.6.2015


25.6.2015


Sunday, 14 June 2015

สิทธิป้องกันตัว

) สิทธิป้องกันตัว
สิทธิป้องกันตัว เป็นสิทธิที่ประเทศต่างๆ ยอมรับ สหประชาติยอมรับ กฎหมายอาญา-กฎหมายแพ่งยอมรับ และเป็นกฎพื้นฐาน"ของสิ่งมีชีวิต"ที่จะปกป้องชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สินของตนของชนชั้นตน ของครอบครัวตน ที่หามาได้
สิทธิการเป็นเจ้าของประเทศ สิทธิการเป็นเจ้าของ"พลังงานแรงงานของตน" และ"สิทธิความเป็นเจ้าของร่วมในผลผลิต"ที่มาจากแรงงานของตน ของชนชั้นตน เป็น"สิทธิความชอบธรรมอย่างยิ่งในสิ่งมีชีวิต และมนุษย์ทั้งหลาย"
เมื่อชีวิต-แรงงาน ร่างกาย กล้ามเนื้อเป็นของประชาชน-เช่นนี้แล้ว- ผลผลิต ที่ดิน ประเทศ ภาษี ชีวิต//ย่อมเป็นของ"ประชาชนผู้สร้างผู้ทำผู้หาเลี้ยง"ด้วยเช่นกัน
แต่ชนชั้นทุนผูกขาดทั้งหลาย ได้ผูกขาดระบบ หากินจากแรงงานคนอื่น หากินในผลผลิต ที่ดิน สัมปทาน ภาษี โดยไม่ยอมชดใช้มูลค่าของแรงงาน หรือมูลค่าผลงานของคนจน ที่ถูกปล้นชิง กดขี่ ขูดรีดมาอย่างยาวนานนับพัน นับร้อยปี
เช่นนี้แล้ว การปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเอง ด้วยมือประชาชนเองนั้นเป็นสิ่งชอบธรรม ที่ประชาชน ต้องคิด พูด ทำ อย่าง"จำต้องเป็นไป"
ยุงที่บินมาก้ดกินเลือดและฆ่าประชาชนเหล่านี้ จึงถูกประชาชนจัดการทิ้ง ทั้งแบบเชิงรับ ตั้งรับ และเชิงรุก
การกำจัดยุงเชิงรุก คือ การกำจัดยุงที่รังนอนก่อนยุงติดปีกบิน ก่อนที่ยุงจะตื่นจากที่นอน เพื่อออกไปกัดประชาชน. สิ่งเหล่านี้นั้น-ย่อมเป็นสิ่งที่จำตัองเป็นไปในยุคที่ประชาชนสุดทน ทุกข์ยากและมีความรู้-มีเจตนา-มีอุปกรณ์และฝีมือที่จะต่อสู้เสมอ.


เป้าหมายทางเศรษฐกิจ คือ ความอยู่ดีกินดีของประชาชน

((บรรยายภาพ)) แหย่ไข่มดแดง
ประชาชนไทยชอบทานไข่มดแดงมาก ไข่มดแดงทำอาหารได้หลายอย่าง เช่น ก้อยไข่มด แกงไข่มดแดงใส่ผักหวานป่า ทอดไข่ไก่ใส่ไข่มดแดง ก้อยปลาซิวอ้าวใส่ไ่ข่มดแดง ฯลฯ
อาหารเหล่านี้ รสแซ่บนัว หอม อร่อย ทานกับข้าวหอมมะลิร้อนๆ หรือข้าวเหนียวหอมกรุ่นก็สุดแสนอร่อย
เมื่อไข่มดแดง คือเป้าหมายทางเศรษฐกิจ คือ ความอยู่ดีกินดีของประชาชน นี่คือ อุดมการณ์เป้าหมายปลายทางของประชาชน ที่เทียบได้กับ การได้สวัสดิการ การได้แบ่งปันสัมปทานพลังงาน การมีหุ้นในโรงงานทางตรง มีรายได้หลายทาง ฯลฯ
ฉะนั้นประชาชนจึงจำเป็นออกเคลื่อนไหวการเมือง เพื่อเป็นเครื่องมือทางชนชั้น ต่อสู้ มีอำนาจไปบังคับ มุ่งตรงไปที่เป้าหมายทางเศรษฐกิจ ที่ต้องอยู่ในมือประชาชน
จากเจตนาได้สัมปทานน้ำมันคืนจากโจรนั้น-- ประชาชนก็จะเข้าจู่โจมตี"รังศัตรูทางชนชั้น"
หลังชัยชนะของมวลชนที่มีเหนือมดแดง หลังกำจัด พิษภัยจากมดแดง และได้"แกะระบบกรรมสิทธิ์ในไข่มดแดงออกจากมือถือครองของ "ตัวมดและบุคคลากรมดแดง"ทั้งหมดแล้ว
ประชาชนต้องเข้าไปมีกรรมสิทธิ์ร่วม บริหารร่วม และแบ่งปันร่วม
ในกะละมังภาชนะ-สภาหมู่บ้านประชาธิปไตยทางตรง-จะใช้ใส่ไข่มดแดง-- และสภาหมู่บ้านจะเป็นองค์กรอำนาจใหม่ของประชาชน ที่จะรักษาผลประโยชน์ของประชาชน
ตลอดไป.


ทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐ ที่มีอิทธิพลอเมริกาครอบงำ 14.6.2015

Thursday, 11 June 2015

ฝ่ายปฏิรูปกราบกิน กำลังรวบรวมรายชื่อให้ศัตรูอีกรอบแล้ว

แชร์ด่วน ก่อนที่ความเสียหายจะเกิดขึ้นอีก มันหลายครั้งแล้ว

ฝ่ายปฏิรูปกราบกิน กำลังรวบรวมรายชื่อให้ศัตรูอีกรอบแล้ว

เป็นที่ทราบแน่ชัดกันแล้ว(น่าจะมีแต่พวกวงนอกที่ยังไม่รู้)ว่านายเพียงดิน เป็นคนของทักษิณรับเงินจาก

ักษิณมาเคลื่อนไหว หลังจากที่เข้าสังกัดค่ายกราบกินอย่างเต็มตัว นายเพียงดินก็ไม่พูดถึงเรื่องผลประโยชน์ประชาชนอีกเลย เช่นไม่พูดเรื่องเหมืองทองคำ สัมปทานน้ำมันเพราะคนที่ร่วมองค์กรกับนายเพียงดินล้วนมีผลประโยชน์ในการปล้นชิงและขูดรีดประชาชนในทรัพยากรของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ(ที่มีญาติเป็นมอมินีบ.ขุดเหมืองทองคำและน้ำมัน) นายสุนัย จุลพงศธร(เมียถือหุ้นในปตท.) หรือนายใหญ่ทักษิณ(แหล่งน้ำมันนงเยาว์และมโนราห์) ที่หากินในการปล้นทรัพยากรของคนไทยร่วมกับทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐ ด้วยกันทั้งนั้น

กิจกรรมของนายเพียงดินจึงเป็นเพียงกิจกรรมของฝ่ายปฏิรูป ไม่มีอะไรที่จะแสดงให้เห็นถึงการจะเปลี่ยนโครงสร้างประเทศอย่างแท้จริงนอกจากลมปากเน่าๆจากคนโง่ๆที่ไร้หลักประกัน แม้แต่ยุทธศาสตร์เป้าหมายการต่อสู้ คนกลุ่มนี้ก็ไม่กล้าที่จะให้ประชาชนเขียนร่วมหรือแสดงเจตนาร่วมได้เลย คิดเอาเอง ออเอง ว่าตัวเองคือคนเก่งเป็นคนฉลาดคิดให้แล้วมวลชนก็เป็นได้แค่เป็ดที่ต้องเดินตามเท่านั้น เราจึงเห็นได้ว่าองค์กรของนายเพียงดินมียุทธศาสตร์ต่ำไม่สอดคล้องกับราคาคุย

การส่งรายชื่อให้ศัตรูในฝ่ายคนเสื้อแดงมีมาโดยตลอด และทุกครั้งก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มีการวางแผนกันมาก่อนแล้วทั้งสิ้น ในการต่อสู้ของประชาชนที่แท้จริง เขาจะไม่ใช้วิธีรวมศูนย์หรือรวมเป็นเวทีเดียว เขาจะใช้วิธีจัดออกและแต่ละกลุ่มย่อยเขาจะดูแลกันเองสร้างงานกันเองตามที่ถนัดหรือตามที่ได้รับมอบหมายจากศูนย์กลางฯ เพื่อปิดลับเครือข่าย เขาจะไม่ใช้วิธีการไว้ใจคนๆเดียวเหมือนอย่างที่ไอ้บ้าเพียงดินมันกำลังทำ เพราะขนาดความลับของคนที่ซักกางเกงในให้มัน หรือความลับของน้องโรส ไอ้ความรู้ต่ำเพียงดินมันยังเก็บรักษาความลับไว้ไม่ได้

เมื่อองค์กรจัดตั้งที่ไม่ได้เกิดจากเจตนาร่วมของสมาชิก พลังแห่งการต่อสู้จึงไม่เกิดขึ้นอย่างเพียงพอที่จะต่อสู้อย่างแน่นอน และยิ่งได้ให้คนมีความรู้ต่ำเข้ามาจัดการอย่างไม่รู้ ยิ่งจะเกิดความเสียหายต่อสมาชิกอย่างเลี่ยงไม่ได้ เหมือนที่ได้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเพราะความอ่อนหัดแต่มักมากที่อยากจะได้ผลประโยชน์จากนายใหญ่นั่นเอง อย่าลืมว่ารายชื่อของพวกท่านคือบิลเบิกเงินของพวกเขา สิ่งที่มวลชนจะต้องทำคือสร้างอุดมการณ์ร่วมกันก่อน แล้วจึงจะนำไปสู่องค์กรจัดตั้งที่มีพลังและมีหลักประกันได้ ไม่เช่นนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับองค์กร นปช. ที่เป็นองค์กรตั้งขึ้นมาเพื่อรับใช้นายใหญ่เลยแม้แต่นิดเดียว


หมอผ่าตัดโรคถูกขูดรีดทางชนชั้น11.6.2015




Sunday, 7 June 2015

อิทัง เม เปรติวา โหตุ ข้าพเจ้าชินวัตรทั้งหลาย ขออุทิศน้ำเลี้ยงเปรตนี้

อิทัง เม เปรติวา โหตุ
ข้าพเจ้าชินวัตรทั้งหลาย ขออุทิศน้ำเลี้ยงเปรตนี้
แก่ฝูงเปรตทั้งหลาย ทั้งในฟิลิปินส์ อเมริกา ลาว เขมร และแฟนคลับต่างๆ ที่สิงสถิตในสุมทุมพุ่มไม้ ชุมชน ในสภากาแฟ ทั่วประเทศ
ขอให้เปรตทั้งหลาย จงรับ ได้รับ น้ำเลี้ยงเปรตนี้ โดยทั่วกัน อย่าตีกัน อย่าทะเลาะกัน อย่าพูด อย่าใช้วาจาส่อเสียดเรื่องพลังงาน อย่าพูดเรื่องการกดขี่ขูดรีดทางเศรษฐกิจทุนผูกขาด อย่าพูดเรื่องชนชั้น
ขออนุภาพ แห่งน้ำเลี้ยงเปรตนี้ จงส่งผล ดลบันดาล
ให้ชินวัตรทั้งหลาย ดามาพงษ์ทั้งหลาย วงศ์สวัสดิ์ทั้งหลาย
จงมีแต่ความสุขความเจริญ เงินทองสัมปทานไหลมาเทมา
มีเครื่องบินใหม่ๆ สัญจรร่อนไป ร่อนมา ทั้งบนฟ้า บนดิน มีความสุขในทรัพย์ ในอาหาร ทั้งมังสาหาร พลาหาร ดาราหาร สุราหาร จงพิบูลพูนผล
เพิ่มพูนทุนผูกขาดสวามิภักดิ์รายใหม่นี้ ตลอดไป
ชั่วกัลปวสานต์ อวสาน ในใต้ส้นตีน ชั่ว กันมานาน
เทอญ.
สาธุ


  • กล้วย พารารา ยุค ปฏิวัติประชาธิปไตยประชาชนทางตรง เพื่อต่อสู้กับทุนผูกขาดฯ-- แต่มีบรรดาสายงานทักษิณ-อเมริกา ยืนยันให้ประชาชนต่อสู้เพื่อนายทุนผูกขาดกลุ่มใหม่ก่อน


  • กล้วย พารารา ฝ่าย สุรชัย-พคท.สายวอร์รูมทักษิณ-กำหนดให้นายทุนกลุ่มใหม่(ทักษิณ)มีอำนาจเด็ด ขาดถาวรก่อน- ไม่ชั่วคราวแบบเดิม เสียก่อน-ประชาชนจึงค่อ"รอคอยทักษิณกลับมาบริหาร ชีวิตจึงจะดีขึ้น" ซึ่งทุนฝ่ายทักษิณยืนยันไม่เอาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ พลังงาน การขูดรีด มาเป็น"ตัวนำหลัก" ให้เอา อำนาจนายทุน มาเป็น ตัวนำหลัก หรือให้เอา"สำนึกเพื่ออำนาจนายทุนทักษิณเป็นสำนึกนำ" ห้ามเอาสำนึกคนจนชนชั้นเสียเปรียบมานำต่อสู้
     
     


    • กล้วย พารารา คนแบบทักษิณ เป็น คนที่สุรชัย และคน พคท./คนเดือนตุลา สายงานทักษิณได้ยึดถือเอาเป็นผู้นำ และเดินสายให้ประชาชน"เดินตาม"

      ทุก วันนี้ ยังไม่ให้มวลชนคนเสื้อสรุปบทเรียนด้านการนำ การทรยศ การค้ามนุษย์ และการอาศัยศพประชาชนเอาไปหากินต่อรองกับฝ่ายอนุรักษ์นิยม


      น่า เศร้าใจ ที่การต่อสู้รอบใหม่ยังมีคนเสื้อแดงที่ยังไม่รู้ แนวทางที่สาม ไม่รู้สรุปบทเรียน ยังรอที่จะถูกหลอกพาไปตายเพื่อทักษิณอีกมาก วิทยากรจูงควายมีอีกมากมายที่รับเงินทักษิณอย่างต่อเนื่อง

      วิทยากร สายงานทักษิณ สังเกตง่าย คือ พวกเขา จะห้ามมวลชนคนเสื้อแดงต่อสู้เพื่อพลังงาน ให้ยอมทนต่อการปล้นชิงและการขึ้นราคาพลังงาน จะไม่พูดเรื่องชนชั้น และจะต่อสู้มิติเดียวคือ ขอเลือกตั้งให้ทักษิณมารวบรวมเสียง ฯลฯ

มีปรากฏการณ์ คนที่คิดต่างกันใน การสื่อสาร ระบบไลน์(LINE) ถีบกันออกจากลุ่มมากมาย-



มีปรากฏการณ์ คนที่คิดต่างกันใน การสื่อสาร ระบบไลน์(LINE) ถีบกันออกจากลุ่มมากมาย-

เถียงกันไม่ได้นาน ก็ถูกด่าว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม เสี้ยม ฯลฯ และก็จะถีบกันออกจากกลุ่มตัดขาดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้- สมาชิกกบในกะลา-ก็เป็นคนที่มีแนวคิดกลมเกลียวกันเพื่อทักษิณบ้าง-ศักดินาบ้าง-

คนในกะลาโดยเฉพา"กะลาแดง" จะไม่ยอมต่อสู้เพื่อประชาชนคนจน ไม่ต่อสู้ เรื่องพลังงาน-ชนชั้น-แนวทางต่อสู้-ไม่เอาแนวทางใหม่ๆ แนวทางที่สาม-ไม่เอาระบบคิดประชาธิปไตยทางตรงของประชาชน ฯลฯ เลย

อย่างไรก็ตาม ทั้งแดงทั้งเหลือง ต่างก็ยังมีคนบางส่วน ที่ยัง"สร้างกะลาครอบกันเองอยู่ไม่น้อย"

แต่ ก็มี"คนทั้งเหลือง ทั้งแดง อีกเช่นกัน-ที่ ออกจากกะลาของฝ่ายตนแล้ว-ไปเป็นเสรีชน เพื่อประชาชนมากขึ้น คนกลุ่มนี้เริ่มสลายสีเสื้อ เขาเปิดกว้างว่า "ใครก็ได้ ที่ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทางตรง"

นี่คือปรากฏการณ์ใหม่ อีกแบบหนึ่ง ของคนที่ที่เรียนรู้การต่อสู้ทางชนชั้น
เรียนรู้ด้วยเหตุการณ์ต่างๆ จนมีความรู้ลึกซึ้งและ ละเอียดขึ้น

จนไม่ถูกชนชั้นอื่นมาครอบกะลาได้ง่ายๆ อีกต่อไป.
 ผู้ทำผู้สร้างผู้เลี้ยง 7/6/2558

ชนชั้นกรรมาชีพยุคใหม่

(( บรรยายภาพ)) ชนชั้นกรรมาชีพยุคใหม่
ในอดีตมีชนชั้นกรรมาชีพยุคเก่า
กล่าวคือ เมื่อชนชั้นนายทุนได้เริ่มต้นกิจกรรม "ว่าจ้าง" "หัตถกร" "ช่างฝีมือ" และ "เกษตรกร" ให้ไปเป็นลูกจ้างของเขา ด้วย นายทุนมี เจตนาฮุบเอาส่วนเกินไปเป็น"กำไรของตน" หาใช่ การมุ่งช่วยเหลือเกื้อกูล หรือร่วม"หุ้นส่วนประกอบการงานที่ลงมือร่วมกันแบบเสมอภาคไม่--พอได้กำไรแล้ว ก็ แบ่งปันกัน ตามจริง ตามที่ร่วมกันทำมาหาได้ อย่างที่เข้าใจเดิมๆไม่"
จากนั้น นายทุนมีการสะสมกำไรที่ชิงมาได้ในรอบแรก เอามาเป็นทุนเงินตรา จ้างกรรมกรรอบใหม่
เงินกรรมกร มาจ้างกรรมกรเองรอบใหม่
กรรมกรรับจ้างเงินกรรมกร
นายทุนเอาเงิน ที่จ่าย"ค่าแรงตามมูลค่าที่สร้างขึ้นจริง" ไม่ครบ สร้างจริง (ตัวอย่างสร้างได้ พันบาท จ่าย ค่าแรง ๓๐๐ บาท ชิงมูลค่าที่สร้างได้ไป ๗๐๐ บาท)
จากนั้น ยิ่งทำผลผลิต นายทุนก็ชิงมูลค่าส่วนต่างที่เกินมาจาก"ค่าจ้าง" ก็ถูก"สะสม"ในกระเป๋านายทุน-นายทุนก็เอามาเป็น"ทุนก้อนใหม่ใหญ่กว่าเดิม" ใช้ไปบดขยี้คนแรงงาน ด้วยการ"ให้กู้ยืม-บีบคั้นซื้อที่ดิน หว่านล้อมให้รับยอมรับในกติกาขูดรีด และ นายทุนนำเงินที่ขูดรีดได้ ไปหาอำนาจซื้อเสียง ซื้อปืน จ้างนักฆ่า แล้ว ในที่สุดก็เข้าครองอำนาจการเมือง เหนืออำนาจของศักดินา(ในยุโรป ๒-๓๐๐ ปีก่อน) นายทุนก็ชนะศักดินาทางการเมืองได้เด็ดขาด
นี่คือที่มาของนายทุน ผู้สร้าง "กรรมาชีพยุคเก่า" ผู้ที่ถูกปล้นชิงทารุณจากเวลาทำงานวันละ ๑๒-๑๖ ชั่วโมง--และถูกกระทืบให้ออกจาก"ผลผลิต"ที่สร้างได้-คุกคามรุกรานไปสู่ การ"กว้านซื้อที่ดิน" และ "ฮุบเอาปัจจัยการผลิตที่เคยมีบ้างในมือลูกจ้างไปเสียสิ้น"
ต่อมาถึงปัจจุบัน- มีการผูกขาด และชิงปัจจัยการหากินมากกว่าเดิม ได้แก่ การปล้นชิงสัมปทานพลังงาน ชิงลิขสิทธิ์ ชิงที่ประการภาคบริการต่างๆ ที่จอดรถ สนามบิน แหล่งท่องเที่ยว เส้นทางคนนาคน ไฟฟ้า ธนาคาร ตลาดหุ้น ฯลฯ
ชิงจากต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ จากผลผลิต ตลาด ธนาคาร สิทธิสัมปทาน จนถึง"ภาษี"
กรรมาชีพยุคใหม่จึงไปไหนไม่รอด ตายห่า โหง ยิ่งกว่าเขียดถูกย่างไฟ
บางคนไม่ต้องถูกทหารฆ่า หรือไม่ต้องถูกนายทุนฆ่าเองโดยตรง -นายทุนก็บีบคั้นให้กรรมาชีพยุคใหม่ ฆ่าตัวตายได้เอง หลายวิธี โดยไม่มีใครมองเห็นฆาตกรทุนผูกขาดได้เลย
กรรมาชีพรุ่นใหม่ตายห่า ตายโหงแบบผ่อนส่ง ตายห่า ตายโหงแบบฉับพลันอย่างมากมาย
อาจมีกรรมาชีพยุคใหม่ส่วนน้อย ที่มีปัจจัยหากินขาดๆ วิ่นๆอยู่จำนวนหนึ่ง-เช่น มีที่ดิน แต่ไม่เงินทุน-มีเงินทุนแต่ไม่มีตลาด--
ต่างคนก็ตกเป็นทาสทางชนชั้นทุนผูกขาด ภายใต้ม่านบังตาว่า--มีมีเสรีภาพที่จะอดตาย มีเสรีภาพที่จะวาดมโนความหวัง มีเสรีภาพที่จะดิ้นตาย มีเสรีภาพที่จะทุกข์ทรมานได้ อย่างเสมอภาค เสรีภาพ ภราดรภาพ อย่างเต็มพิกัด
บางคนเป็นกรรมาชีพที่อาจดูหรูหราบางอาชีพ เป็นกรรมาชีพที่อาจดูมั่งคั่ง มีโอกาสมามายในบางอาชีพ
แต่ภาพใหญ่ หรือภาพรวมคือ "กรรมาชีพ ผู้สิ้นอนาคตในสังคมทุนผูกขาดนั่นเอง"

จากเพจ/ 
ทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐ ที่มีอิทธิพลอเมริกาครอบงำ 7.6.2015

 

Saturday, 6 June 2015

แนวทางที่สาม เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน

แนวทางที่สาม เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน
ปัจจัยแห่งการลุกไหม้ - ปัจจัยแห่งการลุกขึ้นสู้ ของประชาชน
การลุกขึ้นสู้ของประชาชนที่จะนำไปสู่ชัยชนะได้นั้น จะต้องเป็นการลุกขึ้นสู้ที่มีแบบแผนไม่ใช่เป็นการลุกขึ้นสู้ ของมวลชนที่เป็นแบบ”เป็นไปตามยถากรรม” (spontaneous of mass) ปัจจัยแห่งการลุกขึ้นสู้ของมวลชนไม่ต่างอะไรกับปัจจัยที่ไฟลุกไหม้เลย ปัจจัยที่จะทำให้ไฟจุดติดได้นั้นจะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปเสียไม่ได้ แม้เชื้อเพลิงจะดีสักแค่ไหนแต่หากขาดอากาศหรืออ๊อกซิเจน หรือประกายไฟที่เกิดจากการจุด-การอัดกาศจนกลายเป็นความร้อนทีสูงพอ การลุกไหม้นั้นก็จะไม่เกิด
กลุ่มทุนนิยมผูกขาดกลุ่มต่างๆได้ร่วมมือกับผู้ถืออำนาจรัฐตัวจริง เติมเชื้อเพลิงที่ดีเพื่อการลุกไหม้-เพื่อการลุกขึ้นสู้ให้คนไทยอย่างมากมาย นัก
- ด้านเศรษฐกิจผ่าน การขูดรีดอัตราดอกเบี้ย ไฟฟ้า โทรศัพท์ ทางด่วน น้ำมัน รถไฟฟ้า อาหาร สินค้าชนิดต่าง การศึกษา การรักษาพยาบาล ค่าธรรมเนียมบริการต่างๆ ปล้น-ชิงทรัพย์ที่เป็นของส่วนรวมไปให้ชนชั้นทุนนิยมผูกขาด ปล้นปิโตรเลียมคนไทย ใช้เงินภาษีของประชาชนตามใจผู้มีอำนาจ การกินมูลค่าส่วนเกินจากแรงงาน
- ด้านการปกครอง ตัดอำนาจของประชาชนไม่ให้มีส่วนร่วมในการปกครอง เป็นการบังคับใช้อำนาจแต่เพียงฝ่ายเดียว ไล่ประชาชนออกจากพื้นที่ๆเคยทำกินแล้วยกไปให้ชนชั้นทุน ตัดสวัสดิการของประชาชนเสียสิ้น จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ปล่อยให้ประชาชนล้มละลาย สิ้นไร้ไม้ตรอก
- ด้านสังคม ได้สร้างค่านิยมที่โง่เขลาให้กับประชาชน งมงายไร้เหตุผล ให้โทษเวรโทษกรรม เห็นคนชั่วที่สุดเป็นเทวดา เพื่อให้ยอมรับการกดขี่-ขูดรีดและปล้นชิง ประชาชนยิ่งโง่ผู้ปกครองยิ่งบริหารง่าย แบ่งสีประชาชนเพื่อให้ต่อสู้กันเองอย่าได้มาต่อสู้กับชนชั้นผู้ปกครอง มองประชาชนเป็นยิ่งเสียกว่าทาส-ไพร่ไร้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
แม้ชนชั้นผู้ถืออำนาจรัฐตัวจริงและกลุ่มทุนนิยมผูกขาดจะร่วมกันกระทำย่ำยี ต่อประชาชนอย่างไรก็ตาม แต่ประชาชนก็ยังไม่สำนึก มองไม่เห็น ไม่รู้ ไม่เคยรู้ว่าชนชั้นทุนผูกขาดกระทำต่อตนเอง ยังเชื่อว่าเป็นเพราะบุญกรรม มองไม่เห็นว่ารอบๆตัวเขาเองถูกกระทำอย่างแสนสาหัสจากกลุ่มทุนนิยมผูกขาดทั้ง สิ้น ก้มหน้าก้มตาทำงานหาเงินแต่มันก็ไม่เคยพอใช้ พ่อแม่-ลูกเมียเจ็บป่วยเงินเก็บมีเท่าไหร่ก็หมดแถมยังต้องวิ่งหากู้หนี้ เพิ่มอีก หากยังไม่หันไปมองความจริงประเทศนี้ช่างร่ำรวยทรัพย์ที่มันควรเป็นของ ประชาชนมีอะไรบ้าง? ทำไมพวกเขาไม่แบ่งปันให้ประชาชนอย่างยุติธรรม? ความร่ำรวยไปอยู่ที่ใคร? จิตสำนึกที่เห็นความจริงเห็นแล้วอยากจะต่อสู้เพื่อตนเอง และเพื่อลูกหลานไทยจะต้องไม่ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้อีก
เมื่อรู้ความจริง มีความรักในชนชั้นผู้เสียเปรียบต้องการจะต่อสู้ ก็ต้องเรียนรู้ว่าชนชั้นใดคือผู้กระทำต่อประชาชน ใครบ้าง เขากระทำได้อย่างไร ผ่านเครื่องมืออะไรบ้าง โครงสร้างมันเป็นอย่างไร แล้วสังคมใหม่มันควรจะเป็นอย่างไร หน้าตามันต้องเป็นอย่างไรที่ประชาชนจะได้ไม่เป็นผู้เสียเปรียบอีกและจะ สามารถรักษาชัยชนะนั้นไว้ได้อย่างไร มีความรู้-มีวิธีจะเอาพวกมันลงจากหลังของประชาชน จัดตั้งคนที่เห็นร่วมกัน ฝึกฝีมือมีเครื่องมือที่จะปราบโจร
เมื่อได้ความเหมาะสมทั้งภววิสัยและอัตวิสัย ประชาชนนั่นแหละคือผู้ที่จะจุดไฟฌาปณกิจชนชั้นทุนนิยมผูกขาดให้สิ้นซาก อย่าไปหวังว่าชนชั้นอื่นเขาจะทำให้ “ชนชั้นใดปกครองและออกกฏหมาย เขาก็จะปกครองและออกกฎหมายเพื่อชนชั้นนั้นเสมอ”
มองภาพนี้แล้วเราจะเห็นได้ว่าเพราะอะไรประชาชนจึงยังไม่ลุกขึ้นสู้ ทั้งๆที่ถูกกระทำถูกเติมเชื้อไฟจากศัตรูของประชาชนอย่างหนักหน่วง และควรเติมเต็มในส่วนที่ประชาชนยังขาดไปให้พร้อมเพียง แล้วไฟแห่งการลุกไหม้มันจะเลี่ยงไม่พ้น เพราะเชื้อเพลิงที่ชนชั้นทุนใส่ลงมาให้ประชาชนนั้น มันเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีเหลือเกิน อย่าให้เสียโอกาส

หมอผ่าตัดโรคถุกขูดรีดทางชนชั้น 5/6/2558


@@@@
ชนชั้นปกครอง ชนชั้นศักดินาเดิม ชนชั้น"ทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐที่มีอิทธิพลอเมริกาครอบงำ" ต่างคิดจะดับไฟสงครามของประชาชน
ฝ่ายอนุรักษ์พยายามลดความรู้(เดือดร้อน ลดจุดเดือด ลดจุดลุกไหม้ลงด้วยรัฐประหาร และด้วยคำหลอกลวง สร้าง สนช.ปลอบโยนให้ความหวังว่า -ไฟอย่าจุดติดนะ
แต่ทว่่า ประชาชนมีความรู้และสำนึกทางชนชั้นมากขึ้น มีข่าวสารทางชนชั้น มีมวลชนที่เข้าใจปัญหาการต่อสู้ครบ ๓ มิติ บัดนี้ จึง"มีการเสริมต่อการมุ่งหน้าปฏิวัติประชาชน ไม่หลวงไปปฏิวัติเพื่อนายทุน ตามที่ สุรชัย พคท.และคนเดือนตุลา บอกแก่ประชาชน ให้ต่อสู้เพื่อนายทุน ให้เอาแนวร่วมนำ โดยให้ประชาชนเดินตามนายทุน- ไม่ให้น่ยทุนกลุ่มทักษิณเดินตามยุทธศาสตร์ของประชาชนเลย
ความรู้เจตนา ฝีมือ อุปกรณ์ของฝ่ายประชาชน จะเข้าทำปฏิกิริยาลูกโซ่ลุุกไหม้ต่อศัตรู บดขยี้ต่อฝ่ายอนุรักษ์ ที่ฝ่ายอนุรักษ์เอาแต่เติม"การขูดรีดปล้นชิงทุกวินาที" เชื้อปะทุ ไม่มีลดลง"เร็วๆ นี้ ก็จะปล้นพลังงานอีกรอบ"
@@@@@@
 โมเดล วิทยาศสตร์นี้ จะเห็นภาระกิจของประชาชนที่ต้องทำ

ได้แก่ แชร์ /สร้าง/ ข้อมูลเชิดชูประชาชน (ลดเป็นกระบอกเสียงส่วนตัวให้ศักดินา-ทักษิณ ยิ่งลักษณ์ แกนนำต่างๆ )


ร่วม กันเป็นผู้กระตุ้นสำนึกเพื่อประชาชน เพื่อสังคมใหม่ เพื่อกรรมสิทธิ์ร่วม บริหารร่วม แบ่งปันร่วม//เพื่อมีสภาหมู่บ้านประชาธิปไตยทางตรง


ผู้ทำผู้สร้างผู้เลี้ยง6.6.2015

 

๑๐ อันดับที่ว่ามานี้-- คนที่ร่ำรวยจากทุนผูกขาด

เมื่อมี ๑๐ อันดับแรก ของมหาเศรษฐีไทย-ก็น่าจะมีการจัดลำดับ ๑๐ อันดับแรกที่จนที่สุดในประเทศไทย อนาถ อนาถา-ที่สุด- ใครมีสถิติน่านำมาเสนอดูนะ
หรือสะท้อนผู้ที่ยากจนออกมาให้เห็นกันชัดๆ
คนรวยถือครองระบบ ใช้อำนาจ บารมี เครือข่ายในชนชั้นพวกเขา เข้าสวามิภักดิ์ต่อทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐ ที่รวยกว่า ๑๐ อันดับที่ว่ามานี้-- คนที่ร่ำรวยจากทุนผูกขาด มาจากการถือครองระบบ- ไปออกกฎหมาย -ไปชิงสัมปทาน-และร่วมกันบริหารจัดการควบคุมบังคับ ในระบบกดขี่ขูดรีด ปล้นชิง
หาใช่เกิดจากแรงงานลำพังส่วนตัวของพวกเขาไม่??
หาใช่การประหยัดจากแรงงานของเขาเอง-แต่เกิดจาก ชิงระบบ ปล้นชิงเอาจากแรงงานคนอื่นๆๆๆ
 มิใช่ขยันออกแรงงานสร้างทำ แต่ออกแรง บริหาร
กลไกปล้นชิงเอา"ผลผลิต" ตลาด-ดอกเบี้ย ค่าเช่า-ภาษี ฯลฯ และ ปล้น"พลังแรงงาน" ไปจากคนทำงาน โดย"จ่าย" ไม่เท่ากับ"มูลค่าจริงในสังคม"
พวกเศรษฐีจึงเป็นนักปล้นแรงงานคนจนไป และเป็นกาฝากสังคม ที่ไม่ได้ร่วมทุกข์สุขจากหยาดเหงื่อแรงงานของประชาชนเลย-

 ผู้ทำผู้สร้างผู้เลี้ยง6/6/2558


Monday, 1 June 2015

สงครามทางชนชั้น

((บรรยายภาพ)) สงครามทางชนชั้น
ฝ่ายอนุรักษ์นิยมทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐ พยายามจะ "ดับ" หรือ"ถอดชนวนสงครามประชาชน"
แต่ทว่า "ชนชั้นทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐที่มีอิทธิพลอเมริกาครอบงำ" กลับได้รักษาองค์ประกอบของสงครามทางชนชั้นเอาไว้เสียเอง กล่าว คือ "ความขัดแย้งที่ตนกระทำย่ำยี่ต่อประชาชนไว้อย่างต่อเนื่อง" อันเป็น"ปฏิกิริยาลูกโว่ของเปลวเพลิงแห่งสงครามประชาชน"
ความทุกข์ร้อนของประชาชนชนชั้นล่างที่มีมากมาย ที่ปัจจุบันมีแรงงานบรรลุนิติภาวะ เป็นคนรับจ้างทำงานหาเลี้ยงชนชั้นสูง ทำงานรายวัน มีมากกว่า ๔๒ ล้านคน -ซึ่ง คนเหล่านี้ ทุกข์ทรมานจากการปล้นชิง ขูดรีดและเหยียบย่ำทำลาย-- อุณหภมิความเจ็บแต้นไม่ลดลงเลย เพราะการปล้นชิงหนักหน่วง ดื้อด้าน โจ่งแจ้ง ทุกวัน พร้อมประกาศเพิ่มมาตรการปล้นชิงกดขี่ข่มเหงอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน -องค์ประกอบอีกด้านหนึ่ง คือ ความรู้ เจตนารมย์ ของประชาชนที่ต้องการกำจัดชนชั้นกดขี่ขูดรีด ก็ได้รับการเผยแพร่ต่อยอดมากขึ้น ในทุกพื้นที่
ถึงแม้ฝ่ายทุนผูกขาด และเครือข่ายทุนสวามิภักดิ์รายเก่ารายใหม่ จะส่งสมุนออกโฆษณา ให้ประชาชนเชิดชู"คนกดขี่ขูดรีอย่างพวกเขา อย่างหนักก็ตาม" ประชาชนก็เริ่มรู้ หันมาเชิดชูบูชา และเอาปัญหาของประชาชนเป็นตัวตั้งมากขึ้น เช่นกัน
นี่คือ บรรยากาศ ที่เสริมอุณหภูมิการปะทุเป็นสงครามทางชนชั้นที่ชนชั้นล่าง ที่เริ่มมีพลัง มีความรู้ มีเจตนารมย์และสร้างฝีมือเอาชนะปราบปรามชนชั้นสูงก็เพิ่มระอุอยู่ตลอด
ฝ่ายศัตรูประชาชนรักษาองค์ประกอบของสงครามไว้ครบถ้วน เป็น "สามเหลี่ยม ของสงครามทางชนชั้น" และศัตรูประชาชนยังเพิ่มปฏิกิริยาลูกโซ่เอง อย่างย่ามใจพร้อมท้าทายประชาชนเจ้าของทรัพย์อยู่ตลอดเวลา.
จนทำให้องค์ประกอบ ครบ ๓ ด้าน และเพิ่มปัจจัยเงื่อนไขพัฒนาสะสม เป็นความรู้ของประชาชน และสำนึกวิจารณ์ตนเองของประชาชนที่เคยหลงเชื่อชนชั้นขูดรีดก็มีมากขึ้นๆ
ประชาชนเห็นแนวทางที่ ๓ ที่จะร่วมกันขยายความรู้ไปกลบทับเสียงเห็บหมัดที่พากันร้องหาส้นตีนบนหัว ลงไปมาก.

จากเพจ/
ทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐ ที่มีอิทธิพลอเมริกาครอบงำ  1/6/2558